แผลกดทับ!! มาจากไหนดูแลยังไงดีนะ

แผลกดทับ!! มาจากไหนดูแลยังไงดีนะ

แผลกดทับเกิดจากอะไร ?????

แผลกดทับเกิดจากแรงเสียดสี  แรงเฉือนและแรงกดทับที่ผิวหนังจุดใดจุดหนึ่งเป็นเวลานานทำให้ผิวหนังบริเวณนั้นขาดออกซิเจนและสารอาหารจากการที่ไม่ได้รับเลือดไปเลี้ยง  ส่งผลให้ผิวหนังส่วนนั้นเสียหายและกิดเป็นแผลขึ้นซึ่งอาจทำให้บาดแผลติดเชื้อแบคทีเรียได้  เตียงลมและที่นอนโฟมจึงเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์เสริมในการลดแรงเสียดสีและเเรงเฉือนซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดแผลกดทับได้

ความรุนแรงของแผลกดทับแบ่งออกเป็น 4 ระดับด้วยกันดังนี้

ระดับที่ 1 ในระยะนี้จะไม่มีแผลเปิดแต่จะพบรอยแดง รอยช้ำเล็กน้อยที่ผิวหนังและหากรอยนั้นไม่จางหายภายใน 30 นาทีนั่นแสดงว่าผู้ป่วยเกิดแผลกดทับในระยะเริ่มต้น

 

ระดับที่ 2 ในระยะนี้เรียกได้ว่าเป็นระยะแผลงอกขยายจะเกิดการทำลายของชั้นผิวหนังขึ้นผิวหนังฉีกขาดหรืออาจเป็นแผลตื้นๆที่ชั้นผิวหนัง

ระยะที่ 3 ผิวหนังถูกทำลายลึกลงไปถึงผิวหนังชั้นในแต่ไม่ลึกถึงกระดูกอาจมองเห็นไขมันที่แผล

ระยะที่ 4 ระยะนี้มีระดับที่รุนแรงมากผิวหนังถูกทำลายจนเป็นแผลลึกลงไปถึงชั้นกล้ามเนื้อ เห็นกระดูกและโครงสร้างต่างๆของร่างกาย

ใครบ้างที่เสี่ยงเป็นแผลกดทับ

  • ผู้ป่วยที่มีปัญหาการเคลื่อนไหว เคลื่อนไหวไม่ได้เช่น ผู้ป่วยอัมพฤกษ์ อัมพาต ผู้ป่วยประสบอุบัติเหตุเคลื่อนไหวไม่ได้หรือกำลังฟื้นตัวจากการผ่าตัด
  • ผู้ที่มีภาวะโภชนาการไม่ดี เช่นมีภาวะกลืนลำบาก  ภาวะขาดน้ำ
  • เป็นโรคที่ขวางการไหลเวียนของเลือดหรือโรคที่ทำให้ผิวหนังอ่อนไหว  บาดเจ็บหรือเสียหายง่ายเช่น โรคเบาหวาน  โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคหลอดเลือดแดงส่วนปลายตีบ เป็นต้น
  • ผู้สูงอายุ 70 ปีขึ้นไปเนื่องจากผิวหนังมีความบอบบางลง สูญเสียความยืดหยุ่นและการไหลเวียนของเลือดลดลง
  • ผู้ป่วยที่กลั้นปัสสาวะ /อุจจาระไม่อยู่ทำให้ผิวหนังบริเวณนั้นอับชื้น  ติดเชื้อง่ายและอาจทำให้เกิดแผลกดทับได้

การดูแลรักษาแผลกดทับ

  •  เปลี่ยนท่านอนทุกๆ 2 ชั่วโมงโดยจัดท่าให้นอนตะแคงซ้าย  ตะแคงขวา นอนหงาย นอนคว่ำ กึ่งตะแคงสลับกันไปเพื่อลดแรงกดทับที่ผิวหนังของผู้ป่วย
  • ดูแลความสะอาดของผิวหนัง  หมั่นตรวจความเปลี่ยนแปลงและความผิดปกติของผิวหนังอยู่เสมอและควรทำความสะอาดผิวหนังให้แห้งอย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันไม่ให้ผิวหนังอับชื้น
  • ดูแลอาหารของผู้ป่วยห้มีโภชนาการที่ดีห้ามให้ขาดสารอาหารเด็ดขาดโดยเฉพาะวิตามิน A วิตามิน C โปรตีน เหล็ก  สังกะสีเพราะจะช่วยให้บาดแผลฟื้นตัวได้ไวขึ้นเนื่องจากสารอาหารเหล่านี้จะไปช่วยเร่งกระบวนการฟื้นตัวได้เป็นอย่างดี
  • ห้ามให้ผู้ป่วยอดอาหารโดยทำตารางเวลาการรับประทานอาหารของผู้ป่วยไว้  หากผู้ป่วยมีภาวะกลืนลำบากให้ดื่มเครื่องดื่มที่อุดมไปด้วยสารอาหารหรือทานอาหารเหลวแทน
  • อุปกรณ์เสริมลดแรงกดทับอาจใช้หมอนรองหรือผ้าพันเพื่อปกป้องผิวหนังและบรรเทาแรงกดทับหรือเลือกใช้ที่นอนที่มีคุณสมบัติในการป้องกันแผลกดทับ เช่น เตียงลมหรือที่นอนโฟม

ขอขอบคุณแหล่งที่มาของบทความจาก www.allwellhealthcare.com

ขอขอบคุณแหล่งที่มาของรูปภาพจาก : กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขและ RAM HOSPITAL